- หน้าหลัก
- โปรโมชันและโครงการ
- โครงการนโยบายภาครัฐ
- มาตรการ ช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้
มาตรการ ช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้
- ลูกหนี้เดิมของธนาคาร สถานะบัญชี ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 เป็นปกติ (ไม่เป็นหนี้ NPFs)
- ลูกหนี้ที่มีภูมิลำเนาหรือสถานประกอบการหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยจำนวน 10 จังหวัด ที่ สศค.กำหนดตามประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (รายละเอียดปรากฏตามภาคผนวก1) และมีหลักฐานว่าได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอุทกภัย
มาตรการกระทรวงการคลัง

มาตรการ 1 : ช่วยเหลือ
วัตถุประสงค์ : เพื่อลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ของธนาคารที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอุทกภัย และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกหนี้ ให้ลูกหนี้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
คุณสมบัติ :
• ลูกหนี้เดิมของธนาคาร สถานะบัญชี ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 เป็นปกติ (ไม่เป็นหนี้ NPFs)
• ลูกหนี้ที่มีภูมิลำเนาหรือสถานประกอบการหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยจำนวน 10 จังหวัด ที่ สศค.กำหนดตามประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (รายละเอียดปรากฏตามภาคผนวก1) และมีหลักฐานว่าได้รับผลกระทบ จากภัยพิบัติอุทกภัย
• ลูกหนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ ให้สามารถเข้าร่วมมาตรการนี้ได้
• มีภูมิลำเนาหรือสถานประกอบการหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 10 จังหวัด ที่ สศค. ประกาศตามประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและมีหลักฐานว่าได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอุทกภัย
รายละเอียดมาตรการ :
- พักชำระเงินต้นและยกกำไรให้เป็นเวลา 12 เดือน โดยธนาคารยกเว้นการคิดกำไร ในช่วงเวลาการพักชำระหนี้ (คิดกำไรร้อยละ 0 ต่อปี) สำหรับลูกหนี้ที่มีสินเชื่อทุกประเภทที่มีสินเชื่อคงค้างรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท และลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา ซึ่งปรากฏตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 10/2568 เรื่อง ยกระดับการจัดการสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4)
- พักชำระเงินต้นและกำไรเป็นเวลา 12 เดือน (ไม่ยกกำไรให้) สำหรับลูกหนี้ที่มีสินเชื่อทุกประเภทที่มีสินเชื่อคงค้างรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท และลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยในพื้นที่อื่นอีก 9 จังหวัดที่ไม่ใช่พื้นที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4)
- พักชำระเงินต้นและกำไรเป็นเวลา 3 เดือน (ไม่ยกกำไรให้) สำหรับลูกหนี้ที่มีสินเชื่อทุกประเภทที่มีสินเชื่อคงค้างเกินกว่า 1 ล้านบาท และลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย
กำหนดยื่นความประสงค์ : ภายใน 31 ม.ค. 69
มาตรการ 2 : เยียวยา
วัตถุประสงค์ : เพื่อให้ลูกหนี้เดิมที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอุทกภัยมีสภาพคล่องฉุกเฉินในการดำรงชีพ หรือ ใช้เป็นเงินทุนในการประกอบอาชีพ หรือ ใช้เป็นเงินทุนในการซ่อมแซม ที่อยู่อาศัยหรือสถานประกอบการ
คุณสมบัติ :
• ลูกหนี้เดิมของธนาคาร สถานะบัญชี ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 เป็นปกติ (ไม่เป็นหนี้ NPFs)
• ลูกหนี้ที่มีภูมิลำเนาหรือสถานประกอบการหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยจำนวน 10 จังหวัด ที่ สศค.กำหนดตามประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (รายละเอียดปรากฏตามภาคผนวก1) และมีหลักฐานว่าได้รับผลกระทบ จากภัยพิบัติอุทกภัย
• ลูกหนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ ให้สามารถเข้าร่วมมาตรการนี้ได้
• มีภูมิลำเนาหรือสถานประกอบการหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 10 จังหวัด ที่ สศค. ประกาศตามประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและมีหลักฐานว่าได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอุทกภัย
รายละเอียดมาตรการ :
• ขอสินเชื่อจากวงเงินเดิมที่มียอดเงินต้นคงเหลือ ณ วันที่ยื่นคําขอเข้าร่วมมาตรการ ไม่น้อยกว่า 10,000 บาท และไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย
• Grace Period เงินต้น 6 เดือน
ระยะเวลาสินเชื่อ : สูงสุด 3 ปี
วงเงินสินเชื่อ : ไม่เกิน 1 แสนบาท
อัตรากำไรสินเชื่อ : ปีที่ 1: 0%
ปีที่ 2-3: SPRR (ปัจจุบัน 8.05%)
กำหนดยื่นความประสงค์ : ภายใน 31 มี.ค. 69
มาตรการ 3 : ฟื้นฟู
วัตถุประสงค์ : เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอุทกภัยมีเงินทุน เพื่อต่อเติมหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย หรือ ซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย หรือ ฟื้นฟูการประกอบอาชีพ
คุณสมบัติ :
• ลูกหนี้เดิมของธนาคาร สถานะบัญชี ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 เป็นปกติ (ไม่เป็นหนี้ NPFs)
• ลูกหนี้ที่มีภูมิลำเนาหรือสถานประกอบการหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยจำนวน 10 จังหวัด ที่ สศค.กำหนดตามประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (รายละเอียดปรากฏตามภาคผนวก1) และมีหลักฐานว่าได้รับผลกระทบ จากภัยพิบัติอุทกภัย
• สถานะทุกบัญชี ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 เป็นปกติ (ไม่เป็นหนี้ NPFs)
• มีภูมิลำเนาหรือสถานประกอบการหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 10 จังหวัด ตามประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและมีหลักฐาน ว่าได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอุทกภัย
รายละเอียดมาตรการ :
• ขอสินเชื่อเพิ่มสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท ต่อราย
• Grace Period เงินต้น 3 เดือน
ระยะเวลาสินเชื่อ :
• ลูกค้าสินเชื่อ Consumer : สูงสุด 20 ปี และไม่เกินสัญญาสินเชื่อที่อยู่อาศัยเดิม
• ลูกค้าสินเชื่อ SMEs : สูงสุด 7 ปี
วงเงินสินเชื่อ :
• ลูกค้าสินเชื่อConsumer : ไม่เกิน 1 ล้านบาท
• ลูกค้าสินเชื่อ SMEs : ไม่เกิน 5 ล้านบาท
อัตรากำไรสินเชื่อ :
• ลูกค้าสินเชื่อ Consumer : ปีที่ 1: 0%
ปีที่ 2 : SPRL-3.50% (ปัจจุบัน 4.30%)
ปีที่ 3 เป็นต้นไป : SPRL-1.50% (ปัจจุบัน 6.30%)
• ลูกค้าสินเชื่อ SMEs : วงเงิน 1 ล้านบาทแรก ปีที่ 1: 0%
ปีที่ 2: SPRL-1.50% (ปัจจุบัน = 6.30%)
ปีที่ 3 เป็นต้นไป : SPRL (ปัจจุบัน = 7.80%)
: วงเงินส่วนเกิน 1 ล้าน
ปีที่ 1-2 : SPRL-1.50% (ปัจจุบัน = 6.30%)
ปีที่ 3 เป็นต้นไป : SPRL (ปัจจุบัน = 7.80%)
กำหนดยื่นความประสงค์ : ภายใน 30 มิ.ย. 69
ลงทะเบียนยื่นความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการ
ข่าวสารและ
กิจกรรม
+ ดูทั้งหมดวันที่ 19 มกราคม 2569 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) โดย นางสมฤดี ปัทมเรขา ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายพัฒนาคุณภาพหนี้ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้าพบ นายสันธิษณ์ วัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด (ARI-AMC) เพื่อหารือกำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์ และกรอบระยะเวลาในการโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของลูกหนี้รายย่อยที่เข้าเกณฑ์ ภายใต้โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) จัดพิธีขอดุอาอ์เพื่อร่วมวิงวอนต่อเอกองค์อัลลอฮ์ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ให้ทรงประทานความคุ้มครองและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังประสบอุทกภัย โดยมี นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานกรรมการธนาคาร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการธนาคาร คณะกรรมการธนาคาร คณะที่ปรึกษาชะรีอะฮ์ ผู้บริหาร และพนักงานธนาคาร เข้าร่วม เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ณ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ ชั้น 21 และผ่านระบบออนไลน์
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมเสวนา หัวข้อ "ใต้สุด..แต่ไม่สุดทาง" ในงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 15 โดยมี ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และ นายทัดลาภ เผ่าเหลืองทอง ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานภาคใต้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกันเสวนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดนใต้ให้ดีขึ้น แม้พื้นที่จะอยู่ใต้สุดของประเทศ แต่เส้นทางแห่งการเติบโตของเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต ยังไปได้ไกลกว่านั้น ณ ชั้น 1 เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568
