- หน้าหลัก
- โปรโมชันและโครงการ
- โครงการนโยบายภาครัฐ
- โครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. SMEs ยั่งยืน (Portfolio Guarantee Scheme ระยะที่ 11)
โครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. SMEs ยั่งยืน (Portfolio Guarantee Scheme ระยะที่ 11)
โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMART GREEN

รายละเอียดของการค้ำประกัน
โครงการสินเชื่อของธนาคารที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
สำหรับลูกค้า SMEs ประเภท นิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา ที่ได้รับสินเชื่อภายใต้ Product Program สินเชื่อสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมของสถาบันการเงิน โดยยื่นคำขอให้ค้ำประกันขั้นต่ำครั้งละไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท สูงสุดไม่เกิน 40 ล้านบาท ต่อราย
คุณสมบัติของกลุ่มลูกค้า
- เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย (ตามเงื่อนไขของแต่ละรูปแบบโครงการย่อย)
- ประกอบกิจการโดยชอบด้วยกฎหมาย และ ต้องไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดี
- มีทรัพย์สินถาวรไม่รวมที่ดินมีมูลค่ารวมไม่เกิน 200 ล้านบาท
- ได้รับสินเชื่อใหม่ และจะต้องไม่นำไปชำระหนี้เดิมกับสถาบันการเงินผู้ให้สินเชื่อ
- เป็นลูกหนี้จัดชั้นปกติ หรือจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ ตามเกณฑ์ข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย
- มีเอกสารหรือหลักฐานการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ ทั้งที่เป็น SMEs ประเภทบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลในรอบปีล่าสุด หรือ 1 ปีก่อนหน้า
ยกเว้น รูปแบบ บสย. SMEs PICK-UP ประเภทบุคคลธรรมดา ไม่ต้องใช้เอกสารภาษีเงินได้ - ผ่านการคัดกรองความเสี่ยงของลูกค้า ตามเกณฑ์ที่ บสย. กำหนด
คุณสมบัติอื่นๆ ของรูปแบบโครงการ เป็นไปตามที่ บสย. กำหนด
รายละเอียดค่าธรรมเนียม
- ค่าจัดการค้ำประกัน
- ธนาคารมีหน้าที่จัดการชำระค่าจัดการค้ำประกันต่อหนังสือค้ำประกัน 1 ฉบับในอัตราร้อยละ 0.75 ของวงเงินที่ขอให้ค้ำประกันสินเชื่อ ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าว บสย. จะประกาศให้ธนาคาร และ SMEs ทราบ
- ค่าดำเนินการค้ำประกัน
- SMEs ต้องชำระค่าดำเนินการค้ำประกัน สำหรับการขอให้ออกหนังสือค้ำประกันในวงเงินไม่เกิน 200,000 บาทต่อฉบับ ในอัตรา 300 บาท และการขอให้ออกหนังสือค้ำประกันในวงเงินมากกว่า 200,000 บาท ถึง 20,000,000 บาทต่อฉบับ ในอัตรา 750 บาท และการขอให้ออกหนังสือค้ำประกันในวงเงินมากกว่า 20,000,000 บาท ถึง 40,000,000 บาทต่อฉบับ ในอัตรา 1,500 บาท
- ค่าธรรมเนียมอื่นๆและค่าธรรมเนียมยกเลิกการค้ำประกัน
- ธนาคารมีหน้าที่จัดการชำระค่าธรรมเนียมยกเลิกการค้ำประกัน กรณีไม่ใช้วงเงินสินเชื่อในอัตราตามที่ บสย. ประกาศ
- ธนาคารมีหน้าที่จัดการชำระค่าธรรมเนียมอื่นๆ ตามที่ธนาคาร ขอให้ บสย. ดำเนินการภายหลังการค้ำประกันสินเชื่อในอัตราตามที่ บสย. ประกาศ
โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMART ONE

รายละเอียดของการค้ำประกัน
โครงการสินเชื่อของธนาคารที่เกี่ยวข้อง
สินเชื่อผู้ประกอบการร้านสะดวกซัก
สำหรับลูกค้า SMEs ประเภทบุคคลธรรมดา ที่ประกอบธุรกิจอยู่ในกลุ่มทั่วไป ตาม ISIC Code ที่ บสย. กำหนด โดยยื่นคำขอให้ค้ำประกันขั้นต่ำครั้งละไม่น้อยกว่า 0.2 ล้านบาท สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท ต่อราย
คุณสมบัติของกลุ่มลูกค้า
- เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย (ตามเงื่อนไขของแต่ละรูปแบบโครงการย่อย)
- ประกอบกิจการโดยชอบด้วยกฎหมาย และ ต้องไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดี
- มีทรัพย์สินถาวรไม่รวมที่ดินมีมูลค่ารวมไม่เกิน 200 ล้านบาท
- ได้รับสินเชื่อใหม่ และจะต้องไม่นำไปชำระหนี้เดิมกับสถาบันการเงินผู้ให้สินเชื่อ
- เป็นลูกหนี้จัดชั้นปกติ หรือจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ ตามเกณฑ์ข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย
- มีเอกสารหรือหลักฐานการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ ทั้งที่เป็น SMEs ประเภทบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลในรอบปีล่าสุด หรือ 1 ปีก่อนหน้า
ยกเว้น รูปแบบ บสย. SMEs PICK-UP ประเภทบุคคลธรรมดา ไม่ต้องใช้เอกสารภาษีเงินได้ - ผ่านการคัดกรองความเสี่ยงของลูกค้า ตามเกณฑ์ที่ บสย. กำหนด
คุณสมบัติอื่นๆ ของรูปแบบโครงการ เป็นไปตามที่ บสย. กำหนด
รายละเอียดค่าธรรมเนียม
- ค่าจัดการค้ำประกัน
- ธนาคารมีหน้าที่จัดการชำระค่าจัดการค้ำประกันต่อหนังสือค้ำประกัน 1 ฉบับในอัตราร้อยละ 0.75 ของวงเงินที่ขอให้ค้ำประกันสินเชื่อ ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าว บสย. จะประกาศให้ธนาคาร และ SMEs ทราบ
- ค่าดำเนินการค้ำประกัน
- SMEs ต้องชำระค่าดำเนินการค้ำประกัน สำหรับการขอให้ออกหนังสือค้ำประกันในวงเงินไม่เกิน 200,000 บาทต่อฉบับ ในอัตรา 300 บาท และการขอให้ออกหนังสือค้ำประกันในวงเงินมากกว่า 200,000 บาท ถึง 20,000,000 บาทต่อฉบับ ในอัตรา 750 บาท และการขอให้ออกหนังสือค้ำประกันในวงเงินมากกว่า 20,000,000 บาท ถึง 40,000,000 บาทต่อฉบับ ในอัตรา 1,500 บาท
- ค่าธรรมเนียมอื่นๆและค่าธรรมเนียมยกเลิกการค้ำประกัน
- ธนาคารมีหน้าที่จัดการชำระค่าธรรมเนียมยกเลิกการค้ำประกัน กรณีไม่ใช้วงเงินสินเชื่อในอัตราตามที่ บสย. ประกาศ
- ธนาคารมีหน้าที่จัดการชำระค่าธรรมเนียมอื่นๆ ตามที่ธนาคาร ขอให้ บสย. ดำเนินการภายหลังการค้ำประกันสินเชื่อในอัตราตามที่ บสย. ประกาศ
โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMART BUILD

รายละเอียดของการค้ำประกัน
สำหรับลูกค้า SMEs ประเภทนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา ที่ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตาม ISIC Code ที่ บสย. กำหนด โดยยื่นคำขอให้ค้ำประกันขั้นต่ำครั้งละไม่น้อยกว่า 0.2 ล้านบาท สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท ต่อราย
คุณสมบัติของกลุ่มลูกค้า
- เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย (ตามเงื่อนไขของแต่ละรูปแบบโครงการย่อย)
- ประกอบกิจการโดยชอบด้วยกฎหมาย และ ต้องไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดี
- มีทรัพย์สินถาวรไม่รวมที่ดินมีมูลค่ารวมไม่เกิน 200 ล้านบาท
- ได้รับสินเชื่อใหม่ และจะต้องไม่นำไปชำระหนี้เดิมกับสถาบันการเงินผู้ให้สินเชื่อ
- เป็นลูกหนี้จัดชั้นปกติ หรือจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ ตามเกณฑ์ข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย
- มีเอกสารหรือหลักฐานการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ ทั้งที่เป็น SMEs ประเภทบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลในรอบปีล่าสุด หรือ 1 ปีก่อนหน้า
ยกเว้น รูปแบบ บสย. SMEs PICK-UP ประเภทบุคคลธรรมดา ไม่ต้องใช้เอกสารภาษีเงินได้ - ผ่านการคัดกรองความเสี่ยงของลูกค้า ตามเกณฑ์ที่ บสย. กำหนด
คุณสมบัติอื่นๆ ของรูปแบบโครงการ เป็นไปตามที่ บสย. กำหนด
รายละเอียดค่าธรรมเนียม
- ค่าจัดการค้ำประกัน
- ธนาคารมีหน้าที่จัดการชำระค่าจัดการค้ำประกันต่อหนังสือค้ำประกัน 1 ฉบับในอัตราร้อยละ 0.75 ของวงเงินที่ขอให้ค้ำประกันสินเชื่อ ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าว บสย. จะประกาศให้ธนาคาร และ SMEs ทราบ
- ค่าดำเนินการค้ำประกัน
- SMEs ต้องชำระค่าดำเนินการค้ำประกัน สำหรับการขอให้ออกหนังสือค้ำประกันในวงเงินไม่เกิน 200,000 บาทต่อฉบับ ในอัตรา 300 บาท และการขอให้ออกหนังสือค้ำประกันในวงเงินมากกว่า 200,000 บาท ถึง 20,000,000 บาทต่อฉบับ ในอัตรา 750 บาท และการขอให้ออกหนังสือค้ำประกันในวงเงินมากกว่า 20,000,000 บาท ถึง 40,000,000 บาทต่อฉบับ ในอัตรา 1,500 บาท
- ค่าธรรมเนียมอื่นๆและค่าธรรมเนียมยกเลิกการค้ำประกัน
- ธนาคารมีหน้าที่จัดการชำระค่าธรรมเนียมยกเลิกการค้ำประกัน กรณีไม่ใช้วงเงินสินเชื่อในอัตราตามที่ บสย. ประกาศ
- ธนาคารมีหน้าที่จัดการชำระค่าธรรมเนียมอื่นๆ ตามที่ธนาคาร ขอให้ บสย. ดำเนินการภายหลังการค้ำประกันสินเชื่อในอัตราตามที่ บสย. ประกาศ
โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Power Trade & Biz

รายละเอียดของการค้ำประกัน
สำหรับลูกค้า SMEs ที่ได้รับผลกระทบจาก Trade War รวมถึงผู้ประกอบการที่อยู่ใน Supply Chain ที่เกี่ยวข้อง หรือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ โดยยื่นคำขอให้ค้ำประกันสูงสุดต่อราย ดังนี้
นิติบุคคล สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท ต่อราย
บุคคลธรรมดา สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท ต่อราย และในการยื่นขอให้ค้ำประกันขั้นต่ำครั้งละไม่น้อยกว่า 0.5 ล้านบาท
หมายเหตุ : การจัดสรรวงเงินและเงื่อนไขของรูปแบบโครงการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
คุณสมบัติของกลุ่มลูกค้า
- เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย (ตามเงื่อนไขของแต่ละรูปแบบโครงการย่อย)
- ประกอบกิจการโดยชอบด้วยกฎหมาย และ ต้องไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดี
- มีทรัพย์สินถาวรไม่รวมที่ดินมีมูลค่ารวมไม่เกิน 200 ล้านบาท
- ได้รับสินเชื่อใหม่ และจะต้องไม่นำไปชำระหนี้เดิมกับสถาบันการเงินผู้ให้สินเชื่อ
- เป็นลูกหนี้จัดชั้นปกติ หรือจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ ตามเกณฑ์ข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย
- มีเอกสารหรือหลักฐานการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ ทั้งที่เป็น SMEs ประเภทบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลในรอบปีล่าสุด หรือ 1 ปีก่อนหน้า
ยกเว้น รูปแบบ บสย. SMEs PICK-UP ประเภทบุคคลธรรมดา ไม่ต้องใช้เอกสารภาษีเงินได้ - ผ่านการคัดกรองความเสี่ยงของลูกค้า ตามเกณฑ์ที่ บสย. กำหนด
คุณสมบัติอื่นๆ ของรูปแบบโครงการ เป็นไปตามที่ บสย. กำหนด
รายละเอียดค่าธรรมเนียม
- ค่าจัดการค้ำประกัน
- ธนาคารมีหน้าที่จัดการชำระค่าจัดการค้ำประกันต่อหนังสือค้ำประกัน 1 ฉบับในอัตราร้อยละ 0.75 ของวงเงินที่ขอให้ค้ำประกันสินเชื่อ ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าว บสย. จะประกาศให้ธนาคาร และ SMEs ทราบ
- ค่าดำเนินการค้ำประกัน
- SMEs ต้องชำระค่าดำเนินการค้ำประกัน สำหรับการขอให้ออกหนังสือค้ำประกันในวงเงินไม่เกิน 200,000 บาทต่อฉบับ ในอัตรา 300 บาท และการขอให้ออกหนังสือค้ำประกันในวงเงินมากกว่า 200,000 บาท ถึง 20,000,000 บาทต่อฉบับ ในอัตรา 750 บาท และการขอให้ออกหนังสือค้ำประกันในวงเงินมากกว่า 20,000,000 บาท ถึง 40,000,000 บาทต่อฉบับ ในอัตรา 1,500 บาท
- ค่าธรรมเนียมอื่นๆและค่าธรรมเนียมยกเลิกการค้ำประกัน
- ธนาคารมีหน้าที่จัดการชำระค่าธรรมเนียมยกเลิกการค้ำประกัน กรณีไม่ใช้วงเงินสินเชื่อในอัตราตามที่ บสย. ประกาศ
- ธนาคารมีหน้าที่จัดการชำระค่าธรรมเนียมอื่นๆ ตามที่ธนาคาร ขอให้ บสย. ดำเนินการภายหลังการค้ำประกันสินเชื่อในอัตราตามที่ บสย. ประกาศ
ข่าวสารและ
กิจกรรม
+ ดูทั้งหมดธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) จัดพิธีขอดุอาอ์เพื่อร่วมวิงวอนต่อเอกองค์อัลลอฮ์ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ให้ทรงประทานความคุ้มครองและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังประสบอุทกภัย โดยมี นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานกรรมการธนาคาร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการธนาคาร คณะกรรมการธนาคาร คณะที่ปรึกษาชะรีอะฮ์ ผู้บริหาร และพนักงานธนาคาร เข้าร่วม เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ณ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ ชั้น 21 และผ่านระบบออนไลน์
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมเสวนา หัวข้อ "ใต้สุด..แต่ไม่สุดทาง" ในงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 15 โดยมี ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และ นายทัดลาภ เผ่าเหลืองทอง ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานภาคใต้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกันเสวนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดนใต้ให้ดีขึ้น แม้พื้นที่จะอยู่ใต้สุดของประเทศ แต่เส้นทางแห่งการเติบโตของเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต ยังไปได้ไกลกว่านั้น ณ ชั้น 1 เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568
นางนุจรี ภักดีเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารกลุ่มงานธุรกิจรายย่อย พร้อมด้วย นางสาวต่วนซาลีนา กูบาฮา ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายนโยบายรัฐ ร่วมพิธีเปิดงาน “กยศ. EXPO สร้างโอกาส สร้างอนาคต” ซึ่งจัดขึ้นโดย กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยได้รับเกียรติจาก นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายได้ ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวรายงาน ซึ่งภายในงานได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันศึกษา ในการขับเคลื่อน สร้างโอกาสทางการศึกษา ณ อาคารคอนเวนชั่น ฮอลล์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
