TOP
กลุ่มเป้าหมาย

บุคคลทั่วไปที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่หรือมือสอง / ก่อสร้าง ซ่อมแซม ต่อเติม ที่อยู่อาศัย / ซื้อที่ดินสำหรับก่อสร้างที่อยู่อาศัย

cover-image

วัตถุประสงค์

  • สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยบ้านใหม่ และบ้านมือสอง (สินเชื่อหลัก)
    - เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์เฮ้าส์, ทาวน์โฮม, โฮมออฟฟิศ,อาคารพาณิชย์, ห้องชุด (คอนโด) และบ้านมือสอง
    - เพื่อก่อสร้าง ซ่อมแซม ต่อเติม ที่อยู่อาศัย
    - เพื่อซื้อที่ดินสำหรับก่อสร้างที่อยู่อาศัย
  • สินเชื่อวงเงินอเนกประสงค์แบบมีหลักประกัน (สินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย)
  • สินเชื่อวงเงินอเนกประสงค์แบบมีหลักประกัน (เพื่อซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ติดตั้ง Roof Top , EV Energy (Green) เป็นต้น)
  • สินเชื่อวงเงินอเนกประสงค์แบบไม่มีหลักประกัน เพื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต,สินเชื่อบุคคล จากสถาบันการเงินอื่น (สำหรับข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสาหกิจ)
  • สินเชื่อวงเงินอเนกประสงค์แบบมีหลักประกัน เพื่อชำระเงินสมทบตะกาฟุล (MRTA/MLTA)

     

วงเงินสินเชื่อ / ระยะเวลาผ่อนชำระ

 

ประเภทสินเชื่อ วงเงินสินเชื่อรวม ระยะเวลาผ่อนชำระ
สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย 0.3 - 20 ล้านบาท 3 - 35 ปี
สินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย 0.1 - 5 ล้านบาท 3 - 35 ปี (ไม่เกินระยะเวลาของวงเงินสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย)
สินเชื่อวงเงินอเนกประสงค์แบบไม่มีหลักประกัน ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้และไม่เกิน 3แสนบาท ไม่เกิน 7 ปี

ขอสินเชื่อเท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

อัตรากำไร (ต่อปี)

ประเภทสินเชื่อ อัตรากำไรขั้นต่ำต่อปี

สบายใจ

(Step – up Rate)

อุ่นใจ

(Fixed Rate)

มั่นใจ

(floating Rate)

สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย / สินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย

เดือนที่ 1-3 = 1.45%

เดือนที่ 4 - 12 = 2.50%

ปีที่ 2-3=SPRL - 3.45%
ปีที่ 4 ขึ้นไป = SPRL - 1.45%

EPR = 5.50%

ปีที่ 1-3 = 3.55%

ปีที่ 4 ขึ้นไป

= SPRL-1.55%

 

EPR = 5.44%

SPRL – 2.85% ตลอดอายุสัญญา

 

 

EPR = 4.85%

อเนกประสงค์ (Green) SPRL – 2.00% ตลอดอายุสัญญา

อเนกประสงค์แบบไม่มีหลักประกัน

SPRR + 7.50% ตลอดอายุสัญญา

หมายเหตุ

กรณีทำตะกาฟุล MRTA / MLTA ตามเกณฑ์ธนาคาร  ลดอัตรากำไรลงอีก 0.25% ในปีแรก   

SPRL (Standard Profit Rate with Long Term Financing) : อัตรากำไรผ่อนชำระหรืออัตรากำไรอ้างอิงสำหรับสินเชื่อแบบมีกำหนดระยะเวลา เป็นอัตรากำไรที่ธนาคารกำหนดให้ลูกค้าผ่อนชำระแบบมีส่วนลดจากอัตรากำไรราคาขายหรืออัตรากำไรสูงสุด สำหรับสินเชื่อแบบมีหลักประกันอัตรากำไรราคาขายหรืออัตรากำไรสูงสุด 18 % ต่อปี และสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน = 25 % ต่อปี โดยส่วนต่างระหว่างอัตรากำไรราคาขายและอัตรากำไรผ่อนชำระ จะเป็นส่วนลดเพื่อคืนกำไรให้แก่ลูกค้าธนาคาร ทั้งนี้อัตรากำไรผ่อนชำระหรืออัตรากำไรอ้างอิงสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้แต่จะไม่เกินอัตรากำไรราคาขาย 

ณ วันที่ 22 ธันวาคม 2568 SPRL = 7.70% ต่อปี

EPR (Effective Profit Rate) : อัตรากำไรที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา จากตารางข้างต้น คำนวณจากวงเงินสินเชื่อ 1 ล้านบาท ระยะเวลา 20 ปี

อัตรากำไรขั้นต่ำ : สำหรับลูกค้าที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาตามปกติของธนาคาร
อัตรากำไรขั้นสูง(บวกเพิ่มจากอัตรากำไรขั้นต่ำ 0.25%) : สำหรับลูกค้าที่ธนาคารได้หย่อนเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ โดยธนาคารได้บวกค่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 

ลูกค้า MOU (หักค่างวดจากบัญชีเงินเดือน) ลดอัตรากำไร 0.10% จากตารางข้างต้นตลอดอายุสัญญา

ค่าธรรมเนียม

  • ยกเว้นค่าประเมิน(ซื้อที่อยู่อาศัยใหม่) ทั้งจำนวน โดยให้ลูกค้าสำรองจ่ายก่อนและขอชดเชยหลังจากที่มีการเบิกใช้สินเชื่อ กับธนาคาร หากลูกค้าปิดบัญชีหรือไถ่ถอนหลักประกันก่อนครบกำหนด 3 ปี ธนาคารจะเรียกคืนเงินค่าประเมินราคาหลักประกัน โดยลูกค้าจะต้องชำระค่าประเมินฯ คืนให้แก่ธนาคารภายในวันที่ชำระหนี้ปิดบัญชี สำหรับที่อยู่อาศัยมือสอง ธนาคารเก็บค่าประเมินตามจริง สินเชื่อก่อสร้างที่อยู่อาศัย ยกเว้นค่าประเมินงวดแรกเท่านั้น
  • ค่าธรรมเนียมอื่นๆ เป็นไปตามประกาศธนาคาร

ระยะเวลาโครงการ

สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2569

ข่าวสารและ

กิจกรรม

+ ดูทั้งหมด

27 กุมภาพันธ์ 2569

ไอแบงก์ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และแบ่งเบาภาระลูกค้า ปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อสูงสุด 0.10% ตรึงอัตราผลตอบแทนเงินฝาก ขานรับนโยบายรัฐหนุนฟื้นตัว

ไอแบงก์ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และแบ่งเบาภาระลูกค้า ปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อสูงสุด 0.10% ตรึงอัตราผลตอบแทนเงินฝาก ขานรับนโยบายรัฐหนุนฟื้นตัว

19 ธันวาคม 2568

ไอแบงก์ขานรับมติ กนง. ปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อทุกประเภท 0.10% บรรเทาภาระทางการเงินลูกค้าสินเชื่อ มีผล 22 ธ.ค. 68 พร้อมชูเงินฝาก e-Savings ผลตอบแทนสูง 2.2% ส่งเสริมการออม

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ให้บริการทางการเงินตามหลักชะรีอะฮ์ และปฏิบัติต่อลูกค้าโดยยึดหลัก “ไอแบงก์...เรา...ไม่ทิ้งกัน” ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ และช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินให้แก่ลูกค้าสินเชื่อของธนาคาร ขานรับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อทุกประเภท 0.10% มีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป พร้อมเดินหน้าดูแลพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอุทกภัยภาคใต้ ตามมาตรการช่วยเหลือ/เยียวยา/ฟื้นฟู ของกระทรวงการคลัง และนำเสนอบัญชีเงินรับฝาก ibank e-Savings ซึ่งให้ผลตอบแทนสูง 2.2% เพื่อส่งเสริมการออมของพี่น้องประชาชน

15 ธันวาคม 2568

ไอแบงก์ขานรับนโยบายคลัง “ช่วยเหลือ-เยียวยา-ฟื้นฟู…” ช่วยเหลือลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยภาคใต้

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ขานรับนโยบายกระทรวงการคลังที่มอบหมายให้สถาบันการเงินของรัฐทุกแห่งเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ครอบคลุม 10 จังหวัด โดยได้จัดทำ “มาตรการ ช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟู ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้” เพื่อลดภาระทางการเงิน พร้อมทั้งสนับสนุนเงินทุนเพิ่มสภาพคล่องฉุกเฉินและฟื้นฟูธุรกิจให้กลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

icon-noti