TOP
กลุ่มเป้าหมาย

สำหรับผู้ประกอบการทั้งกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย กรณีสร้างพลวัตรใหม่ในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ (Strategic Sector) ซึ่งสอดคล้องกับการสร้างพลวัตใหม่เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย 

cover-image

โครงการสินเชื่อ พลิกฟื้นธุรกิจไทย กรณีสร้างพลวัตใหม่เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย (Reinvent Thailand)

วัตถุประสงค์โครงการ

เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่การเติบโตอย่างเข้มแข็ง ผ่านการยกระดับศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับพลวัตใหม่เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

 

คุณสมบัติผู้ขอเข้าร่วมโครงการ :

(1) ผู้ประกอบการทั้งกรณีเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่า ร้อยละ 50 (ห้าสิบ) ของทุนจดทะเบียนที่ไม่ใช่บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (เว้นแต่เป็นบริษัทที่มีหลักทรัพย์ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ หรือ ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์) และเป็นผู้ประกอบธุรกิจอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้

  • ต้องไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน และไม่มีส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ ณ วันที่ยื่นคำขอสินเชื่อ (กรณีที่งบการเงินปีล่าสุดปรากฎส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ หากผู้ขอสินเชื่อสามารถแสดงหลักฐานการเพิ่มทุนและการชำระค่าหุ้นที่เชื่อถือได้ มาประกอบการพิจารณา ให้เป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาของธนาคาร)
  • เป็นผู้ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ (Strategic sector) ได้แก่ ธุรกิจเกษตรและเกษตรแปรรูป ธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ซึ่งสอดคล้องกับการสร้างพลวัตใหม่เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย (Reinvent Thailand) โดยครอบคลุมถึงธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของผู้ประกอบธุรกิจข้างต้น รวมทั้งโลจิสติกส์ ซึ่งอ้างอิงจากกลุ่ม ISIC Code ที่กำหนด

(2) เป็นการให้วงเงินสินเชื่อใหม่แก่ผู้ประกอบการรายเดิมหรือรายใหม่ ไม่ใช่ลูกหนี้ที่โอนหนี้ (Refinance)

(3) ไม่รวมการให้สินเชื่อเพื่อซื้อทรัพย์คืนจากโครงการ Asset Warehousing

 

วงเงินสินเชื่อ (ต่อราย) :  วงเงินรวมทุกสถาบันการเงิน

  • สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ตามนิยาม สสว. ไม่เกิน 100 ล้านบาท
  • สำหรับผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่เกิน 150 ล้านบาท

 

อัตรากำไร :

ธนาคารคิดอัตรากำไรจากผู้ประกอบการ SMEs ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี

  • ปีที่ 1 – 2 คิดอัตราไม่เกินร้อยละ 3.50 ต่อปี
  • ปีที่ 3 – 5 คิดอัตราไม่เกินร้อยละ 5 ต่อปี
  • ปีที่ 6 เป็นต้นไป ให้คิดอัตรากำไรตามอัตราที่ธนาคารกำหนด

 

ระยะเวลาดำเนินโครงการ

(1) ผู้ประกอบการ SMEs ยื่นคำขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ภายใน    วันที่ 31 มีนาคม 2570 หรือวันที่วงเงินตามโครงการหมดลง แล้วแต่ระยะเวลาใดจะถึงกำหนดก่อน

(2) ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อโครงการต้องเบิกใช้สินเชื่อ ดังนี้

  • กรณีสินเชื่อมีกำหนดระยะเวลา ต้องเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2571
  • กรณีสินเชื่อวงเงินหมุนเวียน (P/N) ต้องเบิกจ่ายสินเชื่อครั้งแรก ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2571

 

ระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ :  วันที่ 30 มีนาคม 2576

ข่าวสารและ

กิจกรรม

+ ดูทั้งหมด

28 เมษายน 2569

ไอแบงก์ ร่วมพลิกฟื้นธุรกิจไทย สนองนโยบายรัฐ ปล่อยสินเชื่อต้นทุนต่ำ เริ่มต้น 3.50% ต่อปี ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ขานรับมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 11 เมษายน 2569 เข้าร่วมโครงการปล่อยสินเชื่อต้นทุนต่ำ (Soft Loan) GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องและกระตุ้นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เริ่มต้นอัตรากำไร 2 ปีแรกไม่เกิน 3.50% ต่อปี

30 มีนาคม 2569

ไอแบงก์ ร่วมเสวนา “Islamic Economy 101” หนุนผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดฮาลาลโลก

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) โดย นายธีระ ยีโกบ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารกลุ่มงานธุรกิจสาขา เข้าร่วมเสวนาในงานสัมมนา “Islamic Economy 101 : เปิดประตูแห่งโอกาสสู่ตลาดฮาลาลโลก” ซึ่งจัดโดยสมาคมการค้าธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA) ร่วมกับ ComAsia Limited และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยในการก้าวสู่ตลาดฮาลาลระดับสากล ณ ห้อง SEA SUN อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

19 มกราคม 2569

ไอแบงก์ จับมือ ARI-AMC เดินหน้าช่วยลูกค้า “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เร่งโอนหนี้เสียรายย่อย แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

วันที่ 19 มกราคม 2569 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) โดย นางสมฤดี ปัทมเรขา ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายพัฒนาคุณภาพหนี้ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้าพบ นายสันธิษณ์ วัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด (ARI-AMC) เพื่อหารือกำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์ และกรอบระยะเวลาในการโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของลูกหนี้รายย่อยที่เข้าเกณฑ์ ภายใต้โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568

icon-noti