TOP
กลุ่มเป้าหมาย

สำหรับผู้ประกอบการ SMEs รายเดิม/รายใหม่ ที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ตามนิยาม สสว.ที่สร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจไทย เน้นการใช้ทรัพยากรในประเทศ

cover-image

โครงการสินเชื่อ พลิกฟื้นธุรกิจไทย กรณีเสริมสภาพคล่อง (Mitigation)

วัตถุประสงค์โครงการ :

เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น นโยบายการค้าโลก การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น การชะลอตัวของภาคการท่องเที่ยว ข้อพิพาทชายแดน สาธารณภัยต่าง ๆ สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เป็นต้น ผ่านการลดต้นทุนทางการเงิน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานโดยรวมและเสริมสภาพคล่องของธุรกิจ

 

คุณสมบัติผู้ขอเข้าร่วมโครงการ :

(1) เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยที่มีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 (ห้าสิบ) ของทุนจดทะเบียน

(2) เป็นผู้ประกอบการ SMEs ที่สร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจไทย เช่น มีการจ้างแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคม เน้นการใช้ทรัพยากรในประเทศ เป็นต้น (ยกเว้นบริษัทในหมวดธุรกิจการเงิน และบริษัทต่างชาติ)

(3) เป็นผู้ประกอบการ SMEs อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

  • ผู้ส่งออกซึ่งได้รับผลกระทบจากสินค้าที่อัตราภาษีนำเข้าสูงขึ้น
  • ผู้ประกอบธุรกิจที่ถูกกระทบจากการแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ
  • ผู้ประกอบธุรกิจในภาคการท่องเที่ยว
  • ผู้ประกอบการธุรกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดน
  • ผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย
  • ผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
  • Supply chain ของผู้ประกอบธุรกิจตามข้อ (3) ที่มีการประกอบธุรกิจหลัก และมียอดขาย/รายได้ เกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจดังกล่าวมากกกว่าร้อยละ 50 (ห้าสิบ) ของยอดขาย/รายได้รวมของตนเอง

(4) เป็นการให้วงเงินสินเชื่อใหม่แก่ผู้ประกอบการ SMEs รายเดิม หรือผู้ประกอบการ SMEs รายใหม่ และสามารถโอนหนี้(Refinance)ลูกหนี้รายเดิมของธนาคารและโอนหนี้(Refinance)

ลูกหนี้ระหว่างธนาคารได้ 

 

วงเงินโครงการ

วงเงินรวม 30,000.00 ล้านบาท

 

วงเงินสินเชื่อ (ต่อราย)

รวมทุกสถาบันการเงิน ไม่เกิน 30 ล้านบาท

 

อัตรากำไร

ไม่เกินร้อยละ 3.50  ต่อปี ระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี และไม่เกินวันที่ 28 กันยายน 2572

 

ระยะเวลาดำเนินโครงการ :

  • ผู้ประกอบการ SMEs ยื่นคำขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ภายใน  วันที่ 30 กันยายน 2569 หรือวันที่วงเงินตามโครงการหมดลง แล้วแต่ระยะเวลาใด    จะถึงกำหนดก่อน
  • ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อโครงการต้องเบิกใช้สินเชื่อ ภายในวันที่    30 กันยายน 2570 หรือวันที่วงเงินตามโครงการหมดลง แล้วแต่ระยะเวลาใดจะถึงกำหนดก่อน

 

ระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ :  วันที่ 28 กันยายน 2572

ข่าวสารและ

กิจกรรม

+ ดูทั้งหมด

28 เมษายน 2569

ไอแบงก์ ร่วมพลิกฟื้นธุรกิจไทย สนองนโยบายรัฐ ปล่อยสินเชื่อต้นทุนต่ำ เริ่มต้น 3.50% ต่อปี ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ขานรับมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 11 เมษายน 2569 เข้าร่วมโครงการปล่อยสินเชื่อต้นทุนต่ำ (Soft Loan) GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องและกระตุ้นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เริ่มต้นอัตรากำไร 2 ปีแรกไม่เกิน 3.50% ต่อปี

30 มีนาคม 2569

ไอแบงก์ ร่วมเสวนา “Islamic Economy 101” หนุนผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดฮาลาลโลก

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) โดย นายธีระ ยีโกบ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารกลุ่มงานธุรกิจสาขา เข้าร่วมเสวนาในงานสัมมนา “Islamic Economy 101 : เปิดประตูแห่งโอกาสสู่ตลาดฮาลาลโลก” ซึ่งจัดโดยสมาคมการค้าธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA) ร่วมกับ ComAsia Limited และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยในการก้าวสู่ตลาดฮาลาลระดับสากล ณ ห้อง SEA SUN อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

19 มกราคม 2569

ไอแบงก์ จับมือ ARI-AMC เดินหน้าช่วยลูกค้า “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เร่งโอนหนี้เสียรายย่อย แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

วันที่ 19 มกราคม 2569 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) โดย นางสมฤดี ปัทมเรขา ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายพัฒนาคุณภาพหนี้ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้าพบ นายสันธิษณ์ วัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด (ARI-AMC) เพื่อหารือกำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์ และกรอบระยะเวลาในการโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของลูกหนี้รายย่อยที่เข้าเกณฑ์ ภายใต้โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568

icon-noti