- หน้าหลัก
- โปรโมชันและโครงการ
- โครงการนโยบายภาครัฐ
- โครงการค้ำประกันสินเชื่อรายสถาบันการเงินระยะที่ 7 (Bilateral 7)
โครงการค้ำประกันสินเชื่อรายสถาบันการเงินระยะที่ 7 (Bilateral 7)
นิยามภายใต้ของโครงการ
โครงการค้ำประกันสินเชื่อรายสถานบันการเงิน ระยะที่ 7 (Bilateral 7) โดยเป็นโครงการ ที่ บสย.ร่วมมือกับธนาคารต่างๆ เพื่อให้การค้ำประกันสินเชื่อ แก่ SME ที่มีการขาดหลักประกัน ซึ่งจะต้องมีการชำระค่าธรรมเนียม ดังนี้
- การชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน ด้วยอัตรา 2% ต่อปี (Bi7- 2%)
- การชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน ด้วยอัตรา 2.5% ต่อปี (Bi7 - 2.5%)
คุณสมบัติของ SMEs
รายละเอียดของการค้ำประกัน
สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ทั่วไป ซึ่งต้องการสินเชื่อแต่ขาดหลักประกัน เพื่อช่วยให้ SMEs สามารถขอสินเชื่อและได้รับสินเชื่อในธนาคารได้เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ และช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน
- มีทรัพย์สินถาวร (ไม่รวมที่ดิน)ไม่เกิน 200 ล้านบาท
- เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย หรือ นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศ
- ประกอบกิจการโดยชอบด้วยกฎหมาย และต้องไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดี
- เป็นลูกหนี้จัดชั้นปกติหรือจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษตามเกณฑ์ข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย
- ได้รับสินเชื่อใหม่และจะต้องไม่นำไปชำระหนี้เดิมกับผู้ให้สินเชื่อ
- ผ่านการคัดกรองความเสี่ยงของลูกค้าตามเกณฑ์ที่ บสย. กำหนด
วงเงินโครงการค้ำประกัน
- บสย. SMEs BI7-2% วงเงินค้ำประกันรวม 18,000 ล้านบาท สำหรับทุกธนาคารที่เข้าร่วม
- บสย. SMEs BI7-2.5% วงเงินค้ำประกันรวม 23,400 ล้านบาท สำหรับทุกธนาคารที่เข้าร่วม
รายละเอียดค่าธรรมเนียม
โครงการค้ำประกันสินเชื่อรายสถาบันการเงินระยะที่ 7 (Bilateral7)

ข่าวสารและ
กิจกรรม
+ ดูทั้งหมดธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ออก “มาตรการไอแบงก์..เรา..ไม่ทิ้งกัน (พักหนี้ เติมทุน ไปต่อ)” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ และอยู่ในเขตประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย มาตรการครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ การพักชำระหนี้เดิม การเติมทุนด้วยสินเชื่อใหม่เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและฟื้นฟูกิจการ และการเร่งรัดการเคลมประกันภัย ลูกค้าสามารถยื่นคำขอได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เดินหน้าผลักดันบทบาทการเงินอิสลามที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่า (Value-Based Banking) สู่เวทีนานาชาติและเวทีฮาลาลระดับประเทศ ผ่านการนำเสนอวิสัยทัศน์ในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “International Conference on Islamic Economics and Finance for Sustainable Development (IFESDC) 2026” ณ สำนักงานใหญ่ธนาคารโลก กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา พร้อมต่อยอดสู่เวที Grand Halal Bangkok 2026 และ Mega Halal Bangkok 2026 เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างภาคการเงิน ภาคธุรกิจ และภาคการรับรองมาตรฐานฮาลาล สร้างระบบนิเวศฮาลาล (Halal Ecosystem) ที่เข้มแข็ง และยกระดับเศรษฐกิจฮาลาลไทยสู่เวทีโลก
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ขานรับมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 11 เมษายน 2569 เข้าร่วมโครงการปล่อยสินเชื่อต้นทุนต่ำ (Soft Loan) GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องและกระตุ้นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เริ่มต้นอัตรากำไร 2 ปีแรกไม่เกิน 3.50% ต่อปี
