- หน้าหลัก
- โปรโมชันและโครงการ
- โครงการนโยบายภาครัฐ
- สินเชื่อผู้ประกอบการ SMEs Boost Up
สินเชื่อผู้ประกอบการ SMEs Boost Up
ผู้ประกอบธุรกิจ SMEs ทุกประเภท
“ผู้ประกอบการ SMEs” หมายถึง
ผู้ประกอบการ SMEs ตามนิยามประกาศกฎกระทรวง กำหนดลักษณะของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
พ.ศ. 2562
นิยามผู้ประกอบการ SME
1. วิสาหกิจขนาดย่อม ได้แก่ กิจการที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
1.1 กิจการผลิตสินค้าที่มีจำนวนการจ้างงานไม่เกินห้าสิบคน หรือ
มีรายได้ต่อปีไม่เกินกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท
1.2 กิจการให้บริการ กิจการค้าส่ง หรือกิจการค้าปลีก ที่มีจำนวนการจ้างงาน
ไม่เกินสามสิบคน หรือมีรายได้ต่อปีไม่เกินห้าสิบล้านบาท
2. วิสาหกิจขนาดกลาง ได้แก่ กิจการที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
2.1 กิจการผลิตสินค้าที่มีจำนวนการจ้างงานเกินกว่าห้าสิบคนแต่ไม่เกินสองร้อยคน
หรือ มีรายได้ต่อปีเกินกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทแต่ไม่เกินห้าร้อยล้านบาท
2.2 กิจการให้บริการ กิจการค้าส่ง หรือกิจการค้าปลีก ที่มีจำนวนการจ้างงานเกินกว่า
สามสิบคนแต่ไม่เกินหนึ่งร้อยคน หรือมีรายได้ต่อปีเกินกว่าห้าสิบล้านบาท
แต่ไม่เกินสามร้อยล้านบาท
3. จำนวนการจ้างงานและรายได้ ให้พิจารณาจากหลักฐาน ดังต่อไปนี้
3.1 จำนวนการจ้างงานให้พิจารณาจากหลักฐานแสดงจำนวนการจ้างงาน
ที่ได้จัดทำขึ้นตามที่กฎหมายกำหนด
3.2 จำนวนรายได้ให้พิจารณาจากรายได้รวมที่ระบุไว้ในงบการเงินที่ได้จัดทำขึ้น
ตามที่กฎหมายว่าด้วยการบัญชีกำหนดหรือเอกสารบัญชีแสดงรายได้
4. ในกรณีที่กิจการมีจำนวนการจ้างงานที่เข้าลักษณะของวิสาหกิจประเภทหนึ่ง
แต่มีรายได้ที่เข้าลักษณะของวิสาหกิจอีกประเภทหนึ่ง
ให้ถือรายได้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา
วัตถุประสงค์
- เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับเสริมสภาพคล่อง
- ขยายกิจการหรือลงทุนในทรัพย์สิน
- ยกเว้นสินเชื่อเพื่อชำระหนี้เดิม (Re-finance)
ประเภทสินเชื่อ
- สินเชื่อมีกำหนดระยะเวลา
- สินเชื่อวงเงินทุนหมุนเวียน (P/N)
คุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อ
- บุคคลธรรมดา หรือ
- นิติบุคคล ที่จดทะเบียนในประเทศไทยที่มีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 (ห้าสิบ) ของทุนจดทะเบียน
วงเงินสินเชื่อ
ไม่เกิน 40 ล้านบาท (รวมทุกสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการ)
ระยะเวลาการผ่อนชำระ
- สินเชื่อมีกำหนดระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 10 ปี กรณีอยู่ระหว่างการก่อสร้างสามารถขอปลอดชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี
- สินเชื่อวงเงินทุนหมุนเวียน (P/N) ทบทวนวงเงินทุกปี
อัตรากำไร
- อัตรา 3.50% ต่อปี (ใน 2 ปีแรก) ไม่เกินวันที่ 29 ธันวาคม 2571
- ระยะเวลาส่วนที่เกิน 2 ปี ให้คิดอัตราตามที่ธนาคารพิจารณาอนุมัติ
หลักประกัน
ตามหลักเกณฑ์ปกติของธนาคาร กรณีไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
สามารถขอใช้ บสย.ค้ำประกันได้ ตามโครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. SMEs ยั่งยืน
(PGS ระยะที่ 11-ปรับปรุงครั้งที่ 1)
ระยะเวลาโครงการ
ยื่นคำขอสินเชื่อตั้งแต่บัดนี้ ถึง 30 ธันวาคม 2568
เบิกใช้สินเชื่อภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2569
ระยะเวลาที่คิดอัตรากำไร 3.50% ต่อปี ระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี
และ สิ้นสุดวันที่ 28 ธันวาคม 2571
สำหรับระยะเวลาที่เกินกว่า 2 ปี คิดอัตราตามที่ธนาคารพิจารณาอนุมัติ
สมัครใช้บริการ
อัตรากำไรสินเชื่อ
| อัตรากำไรและส่วนลด | ร้อยละต่อปี |
|---|---|
| สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (SPR) | 7.55 ต่อปี |
| สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทสินเชื่อแบบมีกำหนดระยะเวลา (SPRL) | 7.68 ต่อปี |
| สำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (SPRR) | 7.85 ต่อปี |
ผลตอบแทนเงินฝาก
อัตราค่าธรรมเนียมอื่นๆ
| รายการ/ชื่อเรื่อง | จำนวนเงิน |
|---|---|
| ค่าธรรมเนียมที่เป็นการดำเนินงานของธนาคาร กรณีปกติ ค่าธรรมเนียมจัดการสินเชื่อ (Management Fee) หรือ ค่าธรรมเนียมในการวิเคราะห์โครงการเฉพาะสินเชื่อธุรกิจ (Front End Fee) (7/) | สูงสุดไม่เกินร้อยละ 2 ของวงเงินสินเชื่อ |
ดาวน์โหลดไฟล์แบบฟอร์มการใช้บริการ
อิสลามและเศรษฐศาสตร์
ข่าวสารและ
กิจกรรม
+ ดูทั้งหมดธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) โดย นายธีระ ยีโกบ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารกลุ่มงานธุรกิจสาขา เข้าร่วมเสวนาในงานสัมมนา “Islamic Economy 101 : เปิดประตูแห่งโอกาสสู่ตลาดฮาลาลโลก” ซึ่งจัดโดยสมาคมการค้าธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA) ร่วมกับ ComAsia Limited และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยในการก้าวสู่ตลาดฮาลาลระดับสากล ณ ห้อง SEA SUN อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
วันที่ 19 มกราคม 2569 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) โดย นางสมฤดี ปัทมเรขา ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายพัฒนาคุณภาพหนี้ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้าพบ นายสันธิษณ์ วัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด (ARI-AMC) เพื่อหารือกำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์ และกรอบระยะเวลาในการโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของลูกหนี้รายย่อยที่เข้าเกณฑ์ ภายใต้โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) จัดพิธีขอดุอาอ์เพื่อร่วมวิงวอนต่อเอกองค์อัลลอฮ์ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ให้ทรงประทานความคุ้มครองและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังประสบอุทกภัย โดยมี นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานกรรมการธนาคาร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการธนาคาร คณะกรรมการธนาคาร คณะที่ปรึกษาชะรีอะฮ์ ผู้บริหาร และพนักงานธนาคาร เข้าร่วม เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ณ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ ชั้น 21 และผ่านระบบออนไลน์
