

การมีบ้านเป็นของตนเอง คงมีใครหลายคนอาจคิดว่าเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่ต้องตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโควิด-19 ที่บางคนอาจจะได้รับผลกระทบต่อรายได้ แต่แน่นอนว่าในทุกวิกฤตก็มักมีโอกาสเสมอ อย่างช่วงนี้ เราจะเห็นว่า เป็นช่วงที่ผู้ประกอบการนำบ้านมาหั่นราคาจนน่าดึงดูด ทำให้เหมือนเป็นใจสำหรับใครหลายคนในการตัดสินใจซื้อบ้านช่วงนี้ไปเลย แต่อย่างไรก็ตามการผ่อนสินเชื่อบ้านนั้นค่อนข้างระยะยาว เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ขอสินเชื่อระหว่างการผ่อนชำระ ดังนั้นจึงอยากเชิญชวนให้ผู้ขอสินเชื่อบ้านมาศึกษาแนวทางการป้องกันความเสี่ยง กับ MRTA หรือ MLTA เพื่อจะได้ง่ายต่อการตัดสินใจของทุกคน
รู้จัก MRTA/MLTA กันก่อน
MRTA ย่อมาจาก Mortgage Reducing Term Assurance คือ ตะกาฟุลเพื่อคุ้มครองหนี้สินจากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เมื่อผู้ขอสินเชื่อเกิดเสียชีวิตหรือทุพพลภาพในระหว่างการผ่อนชำระสินเชื่อกับสถาบันการเงิน โดยบริษัทตะกาฟุลจะทำหน้าที่จ่ายชำระหนี้สินคงเหลือให้กับสถาบันการเงินแทนผู้ขอสินเชื่อ คำว่า Reducing ก็หมายถึงจำนวนเงินหลักประกันตะกาฟุลรูปแบบนี้ จะทยอยลดลงสอดคล้องกับยอดคงค้างของสินเชื่อที่ลดลงเรื่อย ๆ จากการชำระหนี้ในแต่ละงวด และเมื่อ MRTA ครบอายุสัญญามูลค่าหลักประกันตะกาฟุลก็จะหมดไป
MLTA คำนี้อาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหูใครหลายๆคน ซึ่งคำนี้ย่อมาจาก Mortgage Level Term Assurance ก็คือรูปแบบตะกาฟุลที่มีวัตถุประสงค์เหมือนกันกับ MRTA นั่นเอง กล่าวคือบริษัทตะกาฟุลจะเป็นผู้จ่ายหนี้สินคงเหลือให้แก่สถาบันการเงินแทนผู้ขอสินเชื่อในกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดก่อนครบอายุสัญญาสินเชื่อ แต่แตกต่างตรงที่ MLTA อาจมีส่วนเหลือให้แก่ทายาท
เป้าหมายของการทำ MRTA/MLTA
เพียงเพิ่มค่าใช้จ่ายขึ้นอีกเล็กน้อย สำหรับการคุ้มครองหนี้สินของผู้ขอใช้สินเชื่อกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เพื่อปลดหรือบรรเทาภาระสินเชื่อโดยที่ทายาทและผู้ที่อยู่เบื้องหลังไม่ต้องเดือดร้อนกับปัญหาสินเชื่อค้างชำระ เพราะบริษัทตะกาฟุลจะชำระยอดสินเชื่อคงค้างที่มีอยู่กับธนาคาร ดังนั้นนอกจากจะไม่เกิดภาระแก่คนที่คุณรักแล้ว ตัวคุณเองก็จะปลดเปลื้องความทุกข์ในโลกหน้าอีกด้วย
ใครควรทำ MRTA/MLTA?
สำหรับผู้ที่ควรทำ MRTA/MLTA คือ ผู้ที่เป็นเสาหลักของครอบครัวเป็นผู้ที่หารายได้หลักซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน ซึ่งจะเป็นการป้องกันภาระหนี้สินที่จะตกเป็นของครอบครัว ทั้งนี้การทำ MRTA/MLTA จะไม่มีผลต่อการอนุมัติสินเชื่อของธนาคาร แต่ผู้ขอสินเชื่อสามารถพิจารณาเลือกตามความเสี่ยงและความสามารถในการชำระเงินสมทบได้ตามความจำเป็นของตนเอง ปัจจุบันทั้ง MRTA และ MLTA มีในรูปแบบตะกาฟุลซึ่งถูกต้องตามหลักชะรีอะฮ์แล้ว
รีไฟแนนซ์จะเวนคืนกรมธรรม์ได้รึเปล่า?
ในกรณีที่ผู้ขอสินเชื่อต้องการเปลี่ยนสถาบันการเงินใหม่ระหว่างการผ่อนชำระเงินขอสินเชื่อ (Refinance) MRTA/MLTA ที่เคยทำไว้ ไม่จำเป็นต้องเวนคืนกรมธรรม์ เพียงแค่แจ้งเปลี่ยนชื่อผู้รับประโยชน์เป็นสถาบันการเงินใหม่ ก็จะช่วยคุณให้ประหยัดเงินสมทบ ได้มากกว่าการทำ MRTA/MLTA ฉบับใหม่ ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทตะกาฟุลกำหนดไว้
สิทธิพิเศษในการทำ MRTA/MLTA
การทำ MRTA/MLTA นั้น ไม่จำเป็นต้องทำเต็มวงเงินสินเชื่อหรือเต็มระยะเวลาการขอสินเชื่อเสมอไป สามารถเลือกจำนวนเงินหลักประกันตะกาฟุลและระยะเวลาของสัญญาตะกาฟุลได้ ขึ้นอยู่กับการประเมินความเสี่ยงและความจำเป็นของผู้ขอสินเชื่อ ในส่วนอัตราเงินสมทบขึ้นอยู่กับเพศ อายุ ระยะเวลาความคุ้มครอง ยิ่งมีระยะเวลาคุ้มครองยาว เงินสมทบก็จะสูงขึ้นตาม สำหรับการจ่ายชำระเงินสมทบ MRTA/MLTA จะเป็นการจ่ายเพียงครั้งเดียว ซึ่งสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อมักจะอนุมัติวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมให้กับผู้ขอสินเชื่อนำไปจ่ายเงินสมทบ โดยให้ผ่อนรวมไปกับค่างวดการผ่อนสินเชื่อบ้าน นอกจากนี้หากผู้ขอสินเชื่อทำ MRTA/MLTA ที่มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สามารถนำเงินสมทบส่วนนี้มาลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย
MRTA/MLTA มีประโยชน์อย่างไร
การประกันตะกาฟุล MRTA ลักษณะนี้ถูกออกแบบมา เพื่อช่วยลดผลกระทบทางการเงินที่มาพร้อมกับหนี้สิน หากผู้ที่ได้ทำประกัน MRTA ไว้แล้วได้เสียชีวิตลง บริษัทประกันฯ จะชำระหนี้สินให้กับกับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ในวงเงินตามมูลค่าความคุ้มครองที่มีอยู่ ณ เวลานั้น ในกรณีที่ความคุ้มครองของประกันมีสูงกว่ายอดหนี้คงค้าง เงินส่วนที่เหลือจากการชำระหนี้นั้น จะตกเป็นของทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์ที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ แต่ถ้าผู้ขอสินเชื่อผ่อนสินเชื่อที่อยู่อาศัยหมดก่อนที่ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ MRTA จะสิ้นสุดลง ผู้ขอสินเชื่อสามารถเลือกรับเงินสดตามมูลค่าเวนคืนจากบริษัทประกันได้
เปรียบเทียบความแตกต่างของสัญญาตะกาฟุล MRTA กับ MLTA
|
รายละเอียด |
แบบตะกาฟุล MRTA |
แบบตะกาฟุล MLTA |
|
1.ระยะเวลาของสัญญาตะกาฟุล |
2-30 ปี |
1-30 ปี |
|
2.ระยะเวลาชำระเงินสมทบ |
ครั้งเดียว |
ครั้งเดียว |
|
3.จำนวนเงินหลักประกันตะกาฟุล |
50,000 บาท |
50,000 บาท |
|
4.อายุของผู้ขอสมัครเป็นสมาชิก* |
15-65 ปี |
20-65 ปี |
|
5.กรณีเสียชีวิต (Life) |
ตามจำนวนหลักประกันลดลง |
100%จำนวนหลักประกันที่คงที่ |
|
6.กรณีทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร(TPD) |
ตามจำนวนหลักประกันลดลง |
100%จำนวนหลักประกันที่คงที่ |
ตัวอย่าง 1. MRTA
นายอาลี ขอสินเชื่อวงเงิน 3 ล้านบาท เพื่อซื้อบ้าน ระยะเวลาผ่อนสินเชื่อ 20 ปี โดยได้ทำสัญญาตะกาฟุล MRTA วงเงินคุ้มครอง 3 ล้านบาท หากนายอาลีเสียชีวิต เมื่อผ่อนชำระได้เพียง 2 ปี เหลือหนี้สินคงค้าง 2.8 ล้านบาท บริษัทตะกาฟุลจะชำระหนี้สินคงค้างจำนวน 2.8 ล้านบาท ดังนั้นทายาทจึงสามารถไถ่ถอนบ้านได้
ตัวอย่าง 2. MLTA
นายอาลีขอสินเชื่อวงเงิน 3 ล้านบาท เพื่อซื้อบ้าน ระยะเวลาผ่อนสินเชื่อ 20 ปี โดยได้ทำสัญญาตะกาฟุล MLTA วงเงินคุ้มครอง 3 ล้านบาท หากนายอาลีเสียชีวิต เมื่อผ่อนชำระได้เพียง 2 ปี เหลือหนี้สินคงค้าง 2.8 ล้านบาท บริษัทตะกาฟุลจะจ่ายเงินหลักประกันตะกาฟุล 3 ล้านบาท แบ่งเป็นชำระหนี้สินคงค้างจำนวน 2.8 ล้านบาทให้กับธนาคารเพื่อให้ทายาทไถ่ถอนบ้าน และส่วนที่เหลืออีก 2 แสนบาทจะจ่ายให้กับทายาท
รายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง :
| ตะอาวุน MRTA | คุ้มภัย MRTA | พิทักษ์ทรัพย์ พลัส (MLTA) |
|
|
![]() |
หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ iBank Call Center โทร.1302
Like
2


