ผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว และกลุ่มธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ รวมถึง Supply Chain ของผู้ประกอบธุรกิจ ที่ดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิม โดยมีการปรับธุรกิจให้รองรับความต้องการของลูกค้ามุสลิม คำนึงถึงหลักการทางศาสนาอิสลาม และไม่ขัดต่อหลักการศาสนาอิสลาม มีการจัดการธุรกิจตามแบบมาตรฐาน GMHI

กลุ่มเป้าหมาย
ผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว และกลุ่มธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ รวมถึง Supply Chain ของผู้ประกอบธุรกิจ ที่ดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิม โดยมีการปรับธุรกิจให้รองรับความต้องการของลูกค้ามุสลิม คำนึงถึงหลักการทางศาสนาอิสลาม และไม่ขัดต่อหลักการศาสนาอิสลาม มีการจัดการธุรกิจตามแบบมาตรฐาน GMHI (Global Muslim Friendly Hospitality Index) คือ การรับรองมาตรฐานที่เป็นมิตรกับมุสลิมตาม Check list ดังนี้
1. Prayer-Friendly Facilities : มีพื้นที่ละหมาด, ระบุทิศกิบลัต, พื้นที่สะอาดเป็นสัดส่วน
2. Halal Food & Transparency : อาหารฮาลาล / เมนูที่มั่นใจได้ ปราศจากส่วนผสมจากหมู สัตว์ที่ไม่ได้เชือดตามหลักศาสนาอิสลาม และแอลกอฮอล์ ,แยกภาชนะ และพื้นที่ปรุงอาหารจากของไม่ฮาลาล, ระบุเมนูชัดเจน (Halal / Non Halal), สื่อสารชัดเจน ไม่คลุมเครือ
3. Facilities & Service Understanding ห้องน้ำเหมาะสมกับการชำระล้าง พนักงานเข้าใจวัฒนธรรมมุสลิม บริการด้วยความเคารพ
4. Trust Makes Muslim Friendly Complete มีการสื่อสารชัดเจนว่า Muslim Friendly ไม่กล่าวอ้างเกินจริง (Overclaim) มีมาตรฐาน และที่ปรึกษาที่เชื่อถือได้
วัตถุประสงค์โครงการ
• เพื่อสนับสนุนเงินทุน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่องธุรกิจ หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการให้เป็นมิตรกับชาวมุสลิม
• เพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อจากสถาบันการเงินอื่น
คุณสมบัติ
• บุคคลธรรมดา / นิติบุคคล
• เป็นผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ กลุ่มธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ
• มีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี กรณีเป็นธุรกิจใหม่ ผู้บริหารต้องมีประสบการณ์ในธุรกิจ หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง หรืออุตสาหกรรมที่มีลักษณะการดำเนินงานที่สนับสนุนซึ่งกันและกันมาไม่น้อยกว่า 2 ปี
วงเงินสินเชื่อต่อราย
ไม่เกิน 50 ล้านบาท
ระยะเวลาผ่อนชำระ
สูงสุดไม่เกิน 10 ปี
อัตรากำไรผ่อนชำระ (ต่อปี)
หมายเหตุ
1.กรณีลูกค้าทำประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ (MRTA/MLTA) 100% ขั้นต่ำ 5 ปี ลดอัตรากำไรลง 0.25% เฉพาะปีแรก
2.กรณีธุรกิจลูกค้าได้รับการประเมินและรับรองคุณภาพการให้บริการตามมาตรฐาน GMHI (Global Muslim Friendly Hospitality Index) ลดอัตรากำไรลงอีก 0.25% จากอัตรากำไรที่ได้รับอนุมัติ เฉพาะปีแรก
3.กรณีลูกค้าเข้าเงื่อนไขตามเกณฑ์ข้อ 1. และ 2. ลดอัตรากำไรตามส่วนลด 2 เกณฑ์รวมกัน เฉพาะปีแรก
SPRL (Standard Profit Rate with Long Term Financing) : อัตรากำไรผ่อนชำระหรืออัตรากำไรอ้างอิงสำหรับสินเชื่อแบบมีกำหนดระยะเวลา
SPR (Standard Profit Rate for Prime Corporate Customer) : อัตรากำไรผ่อนชำระหรืออัตรากำไรอ้างอิงสำหรับสินเชื่อระยะสั้นและสินเชื่อหมุนเวียน
โดย SPRL และ SPR เป็นอัตรากำไรที่ธนาคารกำหนดให้ลูกค้าผ่อนชำระแบบมีส่วนลดจากอัตรากำไรราคาขายหรืออัตรากำไรสูงสุด สำหรับสินเชื่อแบบมีหลักประกันอัตรากำไรราคาขายหรืออัตรากำไรสูงสุด 18 % ต่อปี โดยส่วนต่างระหว่างอัตรากำไรราคาขายและอัตรากำไรผ่อนชำระ จะเป็นส่วนลดเพื่อคืนกำไรให้แก่ลูกค้าธนาคาร ทั้งนี้อัตรากำไรผ่อนชำระหรืออัตรากำไรอ้างอิงสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้แต่จะไม่เกินอัตรากำไรราคาขาย
ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 SPRL = 7.68% ต่อปี SPR = 7.55% ต่อปี
ระยะเวลาโครงการ
สิ้นสุดรับคำขอวันที่ 31 ธันวาคม 2569
สมัครใช้บริการ
อัตรากำไรสินเชื่อ
ผลตอบแทนเงินฝาก
อัตราค่าธรรมเนียมอื่นๆ
ดาวน์โหลดไฟล์แบบฟอร์มการใช้บริการ
อิสลามและเศรษฐศาสตร์
ข่าวสารและ
กิจกรรม
+ ดูทั้งหมดไอแบงก์ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และแบ่งเบาภาระลูกค้า ปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อสูงสุด 0.10% ตรึงอัตราผลตอบแทนเงินฝาก ขานรับนโยบายรัฐหนุนฟื้นตัว
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ให้บริการทางการเงินตามหลักชะรีอะฮ์ และปฏิบัติต่อลูกค้าโดยยึดหลัก “ไอแบงก์...เรา...ไม่ทิ้งกัน” ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ และช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินให้แก่ลูกค้าสินเชื่อของธนาคาร ขานรับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อทุกประเภท 0.10% มีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป พร้อมเดินหน้าดูแลพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอุทกภัยภาคใต้ ตามมาตรการช่วยเหลือ/เยียวยา/ฟื้นฟู ของกระทรวงการคลัง และนำเสนอบัญชีเงินรับฝาก ibank e-Savings ซึ่งให้ผลตอบแทนสูง 2.2% เพื่อส่งเสริมการออมของพี่น้องประชาชน
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ขานรับนโยบายกระทรวงการคลังที่มอบหมายให้สถาบันการเงินของรัฐทุกแห่งเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ครอบคลุม 10 จังหวัด โดยได้จัดทำ “มาตรการ ช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟู ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้” เพื่อลดภาระทางการเงิน พร้อมทั้งสนับสนุนเงินทุนเพิ่มสภาพคล่องฉุกเฉินและฟื้นฟูธุรกิจให้กลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
