TOP
background-image

12 มิถุนายน 2563

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยมีความประสงค์จะคัดเลือกบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินเป็นคู่สัญญาให้บริการสำรวจและประเมินราคาทรัพย์สินทั้งของธนาคารและลูกค้าธนาคารเพื่อให้งานด้านการประเมินมูลค่าหลักประกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมีความเป็นมาตรฐานทั้งคุณภาพ ความรวดเร็ว โดยบริษัทประเมินที่มีความประสงค์เข้ารับการคัดเลือกต้องยื่นใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัคร โดยธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยจะพิจาณาคัดเลือกบริษัทประเมินที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยกำหนด

1.กำหนดการเปิดรับสมัคร 

ผู้สนใจยื่นใบสมัครในวันและเวลาทำการของธนาคาร (8.30 น.-16.30 น)  ตั้งแต่วันที่ 2  มิถุนายน 2563  ถึง วันที่ 16 มิถุนายน 2563  ได้ที่  ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย  ฝ่ายประเมินราคา  อาคารคิวเฮ้าส์ อโศก  ชั้น 17   ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก)  แขวงคลองเตยเหนือ  เขตวัฒนา  กรุงเทพ 10110  โทรศัพท์ 0-2650-6999 ต่อ 8022 , 8031, 8024 8027, 8047

 2.เอกสารที่ต้องยื่นเสนอประกอบการพิจารณา

2.1 หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล สำเนาบัญชีผู้ถือหุ้น บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร พร้อมประทับตราสำคัญและรับรองสำเนาถูกต้อง จะต้องรับรองจากนายทะเบียนธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์กรมพัฒนา ไม่เกิน 1 เดือน

2.2  สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ

2.3  หนังสือแนะนำบริษัท (Company Profile)

2.4  รายชื่อเจ้าหน้าที่ประเมินและผู้ประเมินชั้นวุฒิ

2.5  หนังสือรับรองจาก คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลต.) หรือสมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย หรือสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

2.6  หนังสือยืนยันว่าบริษัทประเมินราคา / กรรมการหรือผู้บริหารของบริษัท / ผู้ประเมินราคาหลักชั้นวุฒิ ไม่อยู่ระหว่างถูกฟ้องร้องที่ศาลเกี่ยวกับคดีเศรษฐกิจ คดีแพ่ง คดีอาญา ในประเด็นที่เกี่ยวกับการประเมินราคา และหากเคยถูกฟ้องร้องจะต้องมีคำพิพากษาสิ้นสุดว่าไม่ผิด

2.7  งบดุล งบกำไรขาดทุน (ที่ผ่านการรับรองจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต) ย้อนหลัง 3 ปีล่าสุดที่ยื่นต่อกรมสรรพากร (ปี 2560 - 2562 )

2.8  ตัวอย่างรายงานการประเมินราคาทรัพย์สินของบริษัท จำนวน 2 เล่มรายงาน โดยใช้วิธีการประเมินที่ครบถ้วน ทั้งวิธีเปรียบเทียบตลาด วิธีคิดจากต้นทุนและวิธีพิจารณาจากรายได้ 

3.คุณสมบัติของบริษัทผู้ประเมินราคาภายนอก

3.1 จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 3,000,000 บาท 

(สามล้านบาทถ้วน) และมีวัตถุประสงค์ในการรับจ้างประเมินค่าทรัพย์สินในประเทศไทย ซึ่งก่อตั้งมาไม่ต่ำกว่า 3 ปี

3.2 ต้องมีสำนักงานหรือที่ทำการตรงตามที่จดทะเบียนในหนังสือรับรองบริษัท

3.3 ต้องมีพนักงานประเมินราคาไม่น้อยกว่า 5 คน และผู้ประเมินชั้นวุฒิไม่น้อยกว่า 2 คน

3.4 ผู้บริหารของบริษัทต้องไม่เป็นบุคคลที่มีภาระหนี้สินพ้นตัว หรือบุคคลล้มละลาย

3.5 ต้องเป็นบริษัทที่มีความรู้ความสามารถในการประเมินค่าทรัพย์สินทุกวิธี และมีรายชื่อในบัญชีรายชื่อ

ที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลต.) ได้ให้ความเห็นชอบให้ดำเนินการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ

3.6 เป็นสมาชิกของสมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย หรือสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย และเป็น

ผู้ประเมินที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และไม่เป็นผู้ที่เคยถูกธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศยกเลิกรายชื่อที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นชอบให้เป็นผู้ชำนาญการประเมินมูลค่าทรัพย์สินของสถาบันการเงิน

3.7 ต้องไม่เป็นผู้ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ  หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ หรือเป็นผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญากับทางราชการจนถูกบอกเลิกสัญญา

3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมของผู้ที่เข้าเสนอราคากับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ณ วันที่ประกาศเรื่อง การคัดเลือกบริษัทผู้ประเมินราคาตามฉบับนี้ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม

3.9 ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อว่าเป็นคู่สัญญาที่ไม่ได้แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย หรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคล หรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่อยงานของรัฐ

3.10 บริษัทที่ได้รับการคัดเลือกที่เป็นคู่สัญญากับ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หากมีการทำสัญญาซึ่งมีมูลค่า ตั้งแต่ 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาท) ขึ้นไป ต้องจัดทำบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายยื่นต่อกรมสรรพากร และปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

3.11 บริษัทต้องรักษาสมาชิกภาพการเป็นสมาชิกสามัญของสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย หรือสมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย หรือสำนักงานคณะกรรมการกับกำหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (แล้วแต่กรณี) ตลอดการรับจ้าง และบริษัทจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ระงับหรือยกเลิกรายชื่อ กลต. ให้ความเห็นชอบให้ผู้ประเมินราคาเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ ณ วันที่เข้าร่วมการคัดเลือกและเสนอราคา

3.12 บริษัทต้องไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

3.13 บริษัทต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบซื่อสัตย์สุจริตและมีจริยธรรมตามมาตราฐานวิชาชีพของผู้ประเมินราคา

4.เงื่อนไขที่บริษัทประเมินควรทราบและต้องปฏิบัติ 

4.1 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยจะแจ้งบริษัทที่ได้รับคัดเลือก เพื่อดำเนินการทำสัญญากับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยภายใต้ข้อกำหนดเงื่อนไขของสัญญา และระยะเวลาที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยกำหนด โดยในวันทำสัญญาบริษัทต้องวางหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาจำนวนไม่น้อยกว่า 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) มามอบให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ยึดถือไว้ในระหว่างอายุสัญญา 

4.2 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยกำหนดอายุการทำสัญญาว่าจ้างประเมินราคาทรัพย์สินคราวละ 1 ปี

4.3 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยกำหนดค่าจ้างในการสำรวจและประเมินราคาทรัพย์สินในอัตราค่าธรรมเนียมของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 

ทั้งนี้   เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยขอสงวนสิทธิในการพิจารณาตัดสินใจคัดเลือกทำสัญญาว่าจ้างประเมินราคาทรัพย์สิน หากบริษัทประเมินต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามผู้ประสานงานในวันและเวลาทำการได้ที่ 

  1. คุณอิทธิยา  ดิลกพงษ์ศักดา  โทร.02-650-6999 ต่อ 8022
  2. คุณแก้วตา  สุริยาแสงงาม     โทร.02-650-6999 ต่อ 8031  
  3. คุณพิสิฏฐา  เหมมาลา          โทร.02-650 -6999 ต่อ 8027 


   


 

Like

2

Tags

icon-noti 2