- หน้าหลัก
- ผลิตภัณฑ์และบริการ
- มาตรการช่วยเหลือฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ
- มาตรการช่วยเหลือลูกค้าธนาคาร
- มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ โกดังพลุระเบิด บ้านมูโนะ นราธิวาส
มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ โกดังพลุระเบิด บ้านมูโนะ นราธิวาส

- ลูกค้าสินเชื่อของธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางตรง เช่น ที่อยู่อาศัย หรือสถานประกอบการได้รับความเสียหาย หรือ
- ลูกค้าสินเชื่อของธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม เช่น ธุรกิจหรือคู่ค้าได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ และส่งผลกระทบต่อธุรกิจหรือการดำรงชีพของลูกค้า
วัตถุประสงค์
เพื่อช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อของธนาคารที่ประสบภัยภัยพิบัติ ในพื้นที่ประสบภัยตามประกาศส่วนราชการ ครอบคลุมทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติ และภัยพิบัติที่มนุษย์สร้างขึ้น
คุณสมบัติผู้เข้าร่วมมาตรการ
- บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ที่เป็นลูกค้าสินเชื่ออุปโภคบริโภคทั้งแบบมีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน หรือสินเชื่อธุรกิจแบบมีกำหนดระยะเวลาของธนาคาร (Term Financing) ยกเว้นสินเชื่อเช่าซื้อ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ
- สถานะบัญชีปกติ หรือค้างชำระไม่เกิน 60 วัน จนถึงวันที่ปรับปรุงบัญชีสินเชื่อ
- ไม่อยู่ระหว่างการชำระเฉพาะกำไร (Grace Period) หรืออยู่ระหว่างการพักชำระหนี้ตามมาตรการอื่นของธนาคาร หรืออยู่ระหว่างการ monitor 3 เดือน สำหรับลูกหนี้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (TDR) หรือผู้ประกอบการด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย
มาตรการขอผ่อนปรนการชำระหนี้
- พักชำระหนี้เงินต้น ชำระเฉพาะกำไรระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน โดยให้ขยายระยะเวลาออกไปไม่เกินระยะเวลาที่พักชำระ
- กำหนดอัตรากำไรตามสัญญาสินเชื่อปัจจุบัน
- ยกเว้นค่าชดเชยผิดนัด (Late charge) ที่เกิดขึ้นทั้งจำนวนจนถึงวันที่ปรับปรุงบัญชี
เอกสารประกอบการพิจารณา
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- ภาพถ่ายหรือเอกสารแสดงความเสียหาย
- กรณีเป็นนิติบุคคลแสดงหนังสือรับรองนิติบุคคลระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน
ช่องทางการให้บริการ
- ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ แจ้งความประสงค์โดยตรงต่อพนักงานการตลาดสินเชื่อ(RM) หรือผ่านสาขาธนาคารทั่วประเทศ
- ลูกค้าสินเชื่ออุปโภคบริโภค แจ้งความประสงค์ได้ที่ไอแบงก์ทุกสาขา
ระยะเวลามาตรการ
ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป
สมัครใช้บริการ
อัตรากำไรสินเชื่อ
ผลตอบแทนเงินฝาก
อัตราค่าธรรมเนียมอื่นๆ
ดาวน์โหลดไฟล์แบบฟอร์มการใช้บริการ
อิสลามและเศรษฐศาสตร์
ข่าวสารและ
กิจกรรม
+ ดูทั้งหมดธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ให้บริการตามหลักชะรีอะฮ์ ปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อสูงสุด 0.30% โดยประกาศปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อทุกประเภทลง 0.10% โดย SPR ลดลงเหลือ 7.90% ต่อปี SPRL ลดลงเหลือ 7.80% ต่อปี และ SPRR ลดลงเหลือ 8.15% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2568 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงพี่น้องมุสลิมที่ต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนตามหลักการศาสนา พร้อมทั้งเสนอมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เปราะบางที่มีรายได้ฟื้นตัวไม่เต็มที่ตามเงื่อนไขของธนาคาร โดยลดอัตรากำไรให้อีก 0.20% รวมเป็น 0.30% ต่อปี ซึ่งการปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อทั้งหมดในครั้งนี้ ครอบคลุมระยะเวลา 6 เดือน และธนาคารยังคงอัตราผลตอบแทนเงินฝากเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ออมเงิน ให้มีทางเลือกในการหาแหล่งฝากเงินที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และถูกต้องตามหลักชะรีอะฮ์
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ร่วมสนองนโยบายรัฐบาลประกาศปรับลดอัตรากำไรลูกค้าสินเชื่อลงสูงสุด 0.25% ต่อปี ตามมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เพื่อลดภาระให้กับลูกค้าสินเชื่อของธนาคาร
