- หน้าหลัก
- ผลิตภัณฑ์และบริการ
- มาตรการช่วยเหลือฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ
- มาตรการช่วยเหลือลูกค้าธนาคาร
- มาตรการไอแบงก์ไม่ทิ้งกัน (ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว)
มาตรการไอแบงก์ไม่ทิ้งกัน (ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว)

ลูกค้ารายเดิม และรายใหม่ที่ได้รับผลกระทบทางตรง เช่น ที่อยู่อาศัย หรือสถานประกอบการได้รับความเสียหายอยู่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามประกาศทางราชการ
กลุ่มเป้าหมาย
ลูกค้ารายเดิม และรายใหม่ที่ได้รับผลกระทบทางตรง เช่น ที่อยู่อาศัย หรือสถานประกอบการได้รับความเสียหายอยู่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามประกาศทางราชการ
วัตถุประสงค์
เพื่อช่วยเหลือลูกค้ารายเดิม และรายใหม่ที่ประสบภัยพิบัติ
คุณสมบัติผู้เข้าร่วมมาตรการ
เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ขอสินเชื่ออุปโภคบริโภคแบบมีหลักประกัน หรือสินเชื่อธุรกิจแบบมีกำหนดระยะเวลา ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ
มาตรการให้ความช่วยเหลือ
- สำหรับลูกค้ารายเดิม : พักชำระเงินต้นและกำไร ระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน
สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
- กรณีที่อยู่อาศัยไม่สามารถเข้าพักอาศัยได้เป็นการชั่วคราว ธนาคารจะพิจารณาพักชำระหนี้เงินต้นและกำไรไม่เกิน 3 เดือน
- กรณีที่อยู่อาศัยไม่สามารถเข้าพักอาศัยได้เป็นการถาวร ธนาคารจะพิจารณาพักชำระหนี้เงินต้นและกำไรไม่เกิน 6 เดือน
สินเชื่อ SMEs
- กรณีสินเชื่อ SMEs สถานประกอบการที่ไม่สามารถดำเนินการเข้าพื้นที่ หรือไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ ให้พิจารณาพักชำระหนี้เงินต้นและกำไรไม่เกิน 6 เดือน
- สำหรับลูกค้ารายเดิมและรายใหม่ : ให้วงเงินเพื่อซ่อมแซม ฟื้นฟู ที่อยู่อาศัยและกิจการลูกค้า ยกเว้นลูกหนี้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (TDR) ที่อยู่ระหว่างการ monitor 3 เดือน
อัตรากำไรผ่อนชำระ (ต่อปี)
- สำหรับลูกค้ารายเดิม : พักชำระเงินต้นและกำไร กำหนดอัตรากำไรตามสัญญาสินเชื่อเดิม
- สำหรับลูกค้ารายเดิมและรายใหม่ : อัตรากำไรผ่อนชำระ เป็นไปตามตาราง ดังนี้
| ระยะเวลา |
สินเชื่อเพื่ออยู่อาศัย (ซ่อมแซม) |
สินเชื่อฟื้นฟูธุรกิจ |
| ปีที่ 1 |
1.99% | 3.25% |
| ปีที่ 2 - 3 | SPRL – 3.50% | SPRL – 1.00% |
| ปีที่ 4 เป็นต้นไป | SPRL – 1.50% | SPRL |
SPRL (Standard Profit Rate with Long Term Financing) : อัตรากำไรผ่อนชำระหรืออัตรากำไรอ้างอิงสำหรับสินเชื่อแบบมีกำหนดระยะเวลา
เป็นอัตรากำไรที่ธนาคารกำหนดให้ลูกค้าผ่อนชำระแบบมีส่วนลดจากอัตรากำไรราคาขายหรืออัตรากำไรสูงสุด สำหรับสินเชื่อแบบมีหลักประกันอัตรากำไรราคาขายหรืออัตรากำไรสูงสุด 18 % ต่อปี และสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน = 25 % ต่อปี โดยส่วนต่างระหว่างอัตรากำไรราคาขายและอัตรากำไรผ่อนชำระ จะเป็นส่วนลดเพื่อคืนกำไรให้แก่ลูกค้าธนาคาร ทั้งนี้อัตรากำไรผ่อนชำระหรืออัตรากำไรอ้างอิงสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้แต่จะไม่เกินอัตรากำไรราคาขาย
ณ วันที่ 10 มกราคม 2568 SPRL = 7.80% ต่อปี
วงเงินสินเชื่อ (ต่อราย)
- สินเชื่อเพื่อซ่อมแซม ต่อเติมที่อยู่อาศัย วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท
- สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการ วงเงินทุนระยะยาว วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท
ระยะเวลาผ่อนชำระ (ปี)
- สินเชื่อเพื่อซ่อมแซม ต่อเติมที่อยู่อาศัย ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 20 ปี
- สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการ วงเงินทุนระยะยาว ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 5 ปี
ระยะเวลาดำเนินการ
ยื่นคำขอเข้ามาตรการได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึง 31 ธันวาคม 2568
เงื่อนไขอื่นๆ
ธนาคารพิจารณาช่วยเหลือเพิ่มเติมโดยประเมินจากผลกระทบความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
สมัครใช้บริการ
อัตรากำไรสินเชื่อ
| อัตรากำไรและส่วนลด | ร้อยละต่อปี |
|---|---|
| อัตราราคาขาย รายย่อย | 18.00 |
ผลตอบแทนเงินฝาก
อัตราค่าธรรมเนียมอื่นๆ
ดาวน์โหลดไฟล์แบบฟอร์มการใช้บริการ
อิสลามและเศรษฐศาสตร์
ข่าวสารและ
กิจกรรม
+ ดูทั้งหมดธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ให้บริการตามหลักชะรีอะฮ์ ปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อสูงสุด 0.30% โดยประกาศปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อทุกประเภทลง 0.10% โดย SPR ลดลงเหลือ 7.90% ต่อปี SPRL ลดลงเหลือ 7.80% ต่อปี และ SPRR ลดลงเหลือ 8.15% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2568 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงพี่น้องมุสลิมที่ต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนตามหลักการศาสนา พร้อมทั้งเสนอมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เปราะบางที่มีรายได้ฟื้นตัวไม่เต็มที่ตามเงื่อนไขของธนาคาร โดยลดอัตรากำไรให้อีก 0.20% รวมเป็น 0.30% ต่อปี ซึ่งการปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อทั้งหมดในครั้งนี้ ครอบคลุมระยะเวลา 6 เดือน และธนาคารยังคงอัตราผลตอบแทนเงินฝากเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ออมเงิน ให้มีทางเลือกในการหาแหล่งฝากเงินที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และถูกต้องตามหลักชะรีอะฮ์
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ร่วมสนองนโยบายรัฐบาลประกาศปรับลดอัตรากำไรลูกค้าสินเชื่อลงสูงสุด 0.25% ต่อปี ตามมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เพื่อลดภาระให้กับลูกค้าสินเชื่อของธนาคาร
